13 มีนาคม 2554

มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ ใหม่ แรงจากสนามสู่ถนน

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้เปิดตัว มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ใหม่ แรกเห็น ดูดีมีเสน่ห์ไม่น้อย ด้วยภายนอกที่ดูโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้าใหม่ ที่ลงตัวกับไฟหน้าโปรเจ็คเตอร์แบบไบ-ซีนอน ชุดแต่งสไตล์สปอร์ตรอบคัน แผงครอบใต้กันชนหลัง ที่เปิดประตูด้านนอกแบบโครเมียมและล้ออัลลอยลายใหม่

ส่วนภายในมีให้เลือกแตกต่างกันในแต่ละรุ่น ทั้งโทนสีดำ คอนโซลหน้าแบบจีโอเมทริก โทนสีเบจ คอนโซลหน้าแบบลายไม้ เป็นต้น เน้นการติดตั้งอุปกรณ์ที่เพิ่มความสะดวกสบาย ใช้งานได้อย่างลงตัว ให้ประโยชน์การใช้สอยได้มากยิ่งขึ้น เช่น มาตรวัดเรืองแสงแบบความคมชัดสูง ช่วยให้ง่ายต่อการอ่าน พร้อมจอแสดงผลข้อมูลอเนกประสงค์ “ทวินไทป์ แอลซีดี ดิจิตอล” กระจกไฟฟ้าอัตโนมัติด้านคนขับ กระจกมองข้างปรับและพับด้วยระบบไฟฟ้า โดยสามารถพับเก็บเมื่อล็อกรถ อีกทั้งยังติดตั้งระบบไฟสว่างอัตโนมัติเมื่อปลดล็อกรถ

สำหรับแลนเซอร์ อีเอ็กซ์ ในรุ่น จีทีเอส ลิมิเต็ด และรุ่นจีที มาพร้อมกับพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น ที่สามารถเลือกปรับการใช้งานได้โดยผู้ขับไม่ต้องละมือจากพวงมาลัยเมื่อต้องการปรับเปลี่ยนระบบเครื่องเสียง, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และใหม่ล่าสุด คือ ระบบกุญแจอัจฉริยะ เคโอเอส ที่ช่วยให้ล็อกหรือปลดล็อกประตูและฝากระโปรงท้าย รวมไปถึงสตาร์ตหรือดับเครื่องยนต์ได้ง่ายดาย โดยไม่ต้องใช้กุญแจ พร้อมระบบป้องกันการโจรกรรม อิมโมบิไลเซอร์

สร้างความเร้าใจทั้งภายนอกและภายในแล้ว ยังให้ความแรงแบบประหยัดด้วย เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตรที่สามารถรองรับน้ำมันเบนซินได้ทุกประเภทไปจนถึง อี 85 และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร สามารถเติมอี 20 มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ ใหม่มีให้เลือก 4 รุ่น ราคาระหว่าง 794,000-1,051,000 บาท ซึ่งลดลงจากราคาเดิม 17,000-37,000 บาท มีให้เลือก 6 สี มีสีใหม่ คือ แดงเมทัลลิก.

เนตรนภางค์ บุญนายืน
ที่มา เดลินิวส์

07 มีนาคม 2554

Tata Pixel Concept รถเล็กสเปคอีโคคาร์ ใช้พื้นฐานของ Nano เปิดตัวที่เจนีวา

Tata Pixel Concept รถเล็กสเปคอีโคคาร์ ใช้พื้นฐานของ Nano เปิดตัวที่เจนีวา
แม้ว่าจะประสบอุปสรรคในการทำตลาด Nana ที่เกิดปัญหาเพลิงลุกไหม้ในแบบที่ทราบและไม่ทราบสาเหตุมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการบุกเข้ายึดตลาดรถประหยัดน้ำมันขนาดเล็กอย่างอีโคคาร์ของค่ายรถจากญี่ปุ่น แต่ก็ไม่ได้ทำให้ Tata ละความสนใจจากตลาดรถขนาดเล็กไปได้ เพราะล่าสุดได้เปิดตัว Pixel Concept ที่งาน Geneva Motor Show ครั้งที่ 81 ซึ่งรถรุ่นนี้ใช้พื้นฐานของ Nano ในการออกแบบและสร้างโดยมาในดีไซน์ที่ดูทันสมัยน่ารัก โดยเฉพาะการใช้ประตูแบบปีกนกเหมือนซุปเปอร์คาร์ รวมถึงไฟหน้าที่ดูทันสมัย

Tata เปิดเผยว่า แม้ว่าขนาดภายนอกของ Pixel Concept จะดูเล็ก แต่ภายในกลับกว้างขวางมากกว่าที่ใครๆคาด โดยสามารถรองรับผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่ได้ถึง 4 คนด้วยกัน ภายในได้รับการตกแต่งแบบเรียบง่ายด้วยวัสดุคุณภาพสูงพร้อมติดตั้งระบบความบันเทิงที่ใช้ Tablet PC เป็นอุปกรณ์หลัก

Pixel Concept ถูกขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซล 3 สูบ 1.2 ลิตรที่มาพร้อมเทคโนโลยี Start-Stop ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขด้านสมรรถนะ แต่ Tata อ้างว่ารถรุ่นนี้มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ 3.4 ลิตร/100 กิโลเมตร โดยมีอัตราการปล่อย CO2 เพียง 89 กรัม/กิโลเมตร และเพื่อการควบคุมรถที่ดีขึ้น Tata ได้ทำการติดตั้งระบบ Zero Trun ที่ช่วยให้ Pixel มีรัศมีวงเลี้ยวเพียง 2.6 เมตรเท่านั้น

ถ้ามีผลิตออกมาจำหน่ายจริง ก็คงเข้าสเปคอีโคคาร์ในบ้านเราได้สบายๆ ปล่อยให้ Nano กลายเป็นเพียงอดีตรถประหยัดน้ำมันที่มีคนถามหามากที่สุดรุ่นหนึ่งเมื่อ 2-3 ปีก่อน

ที่มา autospinn

Volkswagen Bulli Concept ไมโครบัสไฟฟ้า ขนาด 3+3 ที่นั่ง เปิดตัวที่เจนีวา

Volkswagen Bulli Concept ไมโครบัสไฟฟ้า ขนาด 3+3 ที่นั่ง เปิดตัวที่เจนีวา
Volkswagen เผยโฉม Bulli Concept ไมโครบัสพลังงานไฟฟ้าขนาด 3+3 ที่นั่งในงาน Geneva Motor Show ซึ่งรถโดยสารรุ่นนี้มีความยาว 3.99 เมตร กว้าง 1.75 เมตร และสูง 1.70 เมตร ส่วนฐานล้อมีขนาดยาวกว่ารุ่น Golf อยุู่ 4 เซนติเมตรคือ 2.62 เมตร แต่มีความกว้างมากกว่าเพราะต้องรองรับผู้โดยสารได้แถว(ที่นั่ง)ละ 3 คน Bulli ใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 85 กิโลวัตต์(113 แรงม้า) โดยมีแหล่งจ่ายไฟเป็นชุดแบตเตอรี่ลิเธี่ยมไอออนขนาด 40 กิโลวัตต์ชั่วโมง โดยมีแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 260 นิวตันเมตร ไมโครบัสรุ่นนี้สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ภายในเวลา 11.5 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 140 กิโลเมตร/ชั่วโมง
การทำสีตังถังภายนอกแบบทูโทนเป็นการระลึกถึงรถบัส Samba รุ่นดั้งเดิม โดยใช้ล้ออัลลอยขอบ 18 นิ้วสีขาวที่มีดุมล้อและโดยรอบเป็นสีโครเมี่ยม ภายในห้องโดยสารเราจะพบ iPad ซึ่งทำหน้าที่เป็นจอแสดงผลแบบ Multi-Function ที่สามารถถอดออกมาได้ โดยถูกติดตั้งอยู่บริเวณคอนโซลกลางที่มีระบบนำทางรวมอยู่ด้วย สำหรับรถรุ่นนี้จะไม่มีมาตรวัดความเร็วและคันเกียร์ แต่จะมีสวิทช์แบบหมุนบนแผงหน้าปัดที่จะทำหน้าที่เปลี่ยนเกียร์เดินหน้าหรือถอยหลังได้
Bulli Concept ได้ยังรับการออกแบบให้สามารถใช้ได้กับเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล ในกรณีที่รถรุ่นนี้ถูกผลิตออกมาจำหน่ายจริงๆ

ที่มา autospinn

05 มีนาคม 2554

ญี่ปุ่นเปิดตัวรถไฟหัวกระสุน "ฮายาบูสะ" ความเร็วสูงพร้อมบริการสุดหรู

เอเอฟพี - รถไฟหัวกระสุนขบวนล่าสุดของญี่ปุ่น "ฮายาบูสะ" หรือฟัลคอน ซึ่งวิ่งด้วยความเร็ว 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เริ่มให้บริการแล้ววันนี้ (5) โดยมีการอวดอ้างว่าเป็นรถไฟโดยสาร ที่มีต้นแบบจากบริการอันหรูหราฟู่ฟ่าของชั้นธุรกิจบนเครื่องบินเลยทีเดียว

รถไฟความเร็วสูงอันทันสมัยขบวนล่าสุดนี้จะออกเดินทาง 2 ครั้งต่อวัน จากกรุงโตเกียวไปเมืองอาโอโมริ ซึ่งอยู่เหนือสุดบนเกาะฮอนชู และยังจะเพิ่มอีกเที่ยวโดยแวะเมืองเซนได ที่อยู่ระหว่างโตเกียวและอาโอโมริด้วย
มัตซึทาเกะ โอตซูกะ ประธานบริษัทอีสต์ เจแปน เรลเวย์ (เจอาร์อีสต์) กล่าวเน้นถึงความพิถีพิถันในการสร้างรถไฟขบวนใหม่นี้ว่า "เพื่อความเป็นเลิศของเรา เราจะพยายามอย่างหนักที่จะพัฒนาความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของฮายาบูสะ ไม่ใช่แค่เพียงความเร็ว"

บรรยากาศตอนเปิดบริการครั้งแรกสลดลงเล็กน้อยเนื่องจากล่าช้าไป 7 นาที หลังผู้โดยสารรายหนึ่งตกจากชานชาลาของสถานีโตเกียว ซึ่งผู้ที่รอรถไฟนับพันคนพากันถ่ายรูปเขา และชายคนดังกล่าวก็ปีนกลับขึ้นมาเองโดยไม่มีใครช่วยเหลือ

รถไฟฮายาบูสะ รุ่นอี 5 วิ่งด้วยความเร็ว 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยเดินทางจากโตเกียวไปอาโอโมริ ที่ระยะทาง 675 กิโลเมตร ภายในเวลา 3 ชั่วโมง 10 นาที โดยตั้งแต่ปีหน้าจะเพิ่มความเร็วเป็น 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อจะกลายเป็นรถไฟที่แล่นเร็วที่สุดในญี่ปุ่น
สำหรับค่าโดยสารขาเดียว ผู้โดยสารจะต้องควักเงิน 26,360 เยน หรือราว 11,000 บาท เพื่อที่จะรับบริการอันสะดวกสบายจากพนักงาน โดยมีบริการเสิร์ฟทั้งอาหาร และเครื่องดื่มถึงที่นั่งเบาะหนังบนพื้นพรมขนสัตว์อย่างหนา

ทั้งนี้ รถไฟหัวกระสุนความเร็วสูงของญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งทางเหลือสำหรับนักเดินทางหลายๆ คน นอกเหนือจากการเดินทางโดยเครื่องบิน หรือรถยนต์ นับตั้งแต่บริการรถไฟชินคันเซนเปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 1964
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์