07 กรกฎาคม 2553

AATเพิ่มไลน์มาสด้า3-เฟียสต้า

AATเพิ่มไลน์มาสด้า3-เฟียสต้า "ฟอร์ด เฟียสต้า" เริ่มออกจากสายการผลิตเป็นครั้งแรก รับแผนเปิดตัวทำตลาดอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้ เปิดราคาสะท้านทั้งอีโคคาร์ และเก๋งซับคอมแพ็กต์ เริ่มต้น 5.29 แสนบาท สูงสุด 6.99 แสนบาท มีให้เลือก 2 เครื่องยนต์ 1.4 และ 1.6 ลิตร ทั้งแบบซีดาน และแฮทช์แบ็ก ขณะที่ฐานการผลิตโรงงานเอเอทีแห่งใหม่ เตรียมลงทุนเพิ่มไลน์ผลิต "มาสด้า3" ที่ย้ายมาจากฟิลิปปินส์อีกรุ่นปลายปีนี้

นายราช แนร์ รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและแอฟริกา บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากฟอร์ดเพิ่งประกาศลงทุนตั้งโรงงานแห่งใหม่ในไทยมูลค่ากว่า 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อประกอบรถยนต์นั่งฟอร์ด โฟกัส ใหม่ในปี 2555 และวันนี้(6 ก.ค.) ฟอร์ดได้เริ่มต้นสายการผลิตรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ฟอร์ด เฟียสต้ ที่โรงงานแห่งใหม่ในไทยของบริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือเอเอที(AAT) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของฟอร์ด-มาสด้าใช้เงินลงทุนกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท ออกมาจากสายผลิตเป็นครั้งแรก
"เฟียสต้าที่ผลิตในไทยเป็น 1 ใน 5 แห่งศูนย์การผลิตหลักทั่วโลก ซึ่งจะถูกผลิตในโรงงานรถยนต์นั่งที่มีเทคโนโลยีทันสมัยแห่งใหม่ของเอเอที เพื่อทำตลาดทั้งในประเทศไทย และส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอาฟริกาใต้"

นายปีเตอร์ ฟลีต ประธานฟอร์ด อาเซียน เปิดเผยว่า ฟอร์ด เฟียสต้า ใหม่ ที่ออกจากสายการผลิตเป็นครั้งแรก จะเริ่มทำตลาดในไทยอย่างเป็นทางการเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการผลักดันให้ฟอร์ดประเทศไทยเติบโตในอนาคต

"ที่ผ่านมาส่วนแบ่งทางการตลาดของฟอร์ดในไทย มีอยู่ประมาณ 2% เช่นเดียวกับภูมิภาคอาเซียนที่ยังน้อยอยู่ นั่นมาจากการไม่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกตลาดหลัก แต่การเปิดตัวฟอร์ด เฟียสต้า ใหม่ ซึ่งมีราคาเริ่มต้น 5.29 แสนบาท และสูงสุด 6.99 แสนบาท จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของฟอร์ดในไทยและภูมิภาคนี้ หลังจากที่เราเพิ่งประกาศลงทุนผลิต ฟอร์ด โฟกัส โฉมใหม่ในไทย ทำให้ฟอร์ดมั่นใจว่าต่อไปนี้ จะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดได้แน่นอน"

ส่วนการที่ผลิตเฟียสต้า ออกมา 2 เครื่องยนต์ เป็นเพราะฟอร์ดต้องการแนะนำผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมทุกความต้องการของตลาด และนอกจากนี้ฟอร์ดยังมีเครื่องยนต์ดีเซลด้วย ซึ่งหากผู้บริโภคให้การยอมรับก็พร้อมที่จะตอบสนองเช่นกัน และการตั้งราคาเริ่มต้น 5.29 แสนบาท ของฟอร์ด เฟียสต้า เครื่องยนต์ 1.4 ลิตร เกียร์ธรรมดานั้น ไม่ได้มุ่งที่จะไปแข่งขันกับอีโคคาร์แต่อย่างใด

ฟอร์ด เฟียสต้า ใหม่ ที่จะเปิดตัวทำตลาดมีจุดเด่นสำคัญ อย่างในรุ่นเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร ดูราเทค และระบบแปรผันแคมชาร์ฟแบบอิสระคู่ (Ti-VCT) ให้กำลัง 121 แรงม้า ติดตั้งระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ พาวเวอร์ชิฟ 6 จังหวะ และอุปกรณ์ครบครัน โดยเฉพาะการเชื่อมต่อบลูทูธ และระบบสั่งการด้วยเสียง(Voice Control) ที่มีการติดตั้งครั้งแรกในรถระดับนี้

สำหรับรายละเอียดรุ่นและราคา แยกเป็นรุ่นเฟียสต้า สไตล์ เครื่องยนต์ 1.4 ลิตร 95 แรงม้า แบบ 4 ประตู เกียร์ธรรมดา ราคา 5.29 แสนบาท รุ่นเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ราคา 5.64 แสนบาท รุ่น 5 ประตู เกียร์อัตโนมัติ ราคา 5.74 แสนบาท, เฟียสต้า เทรนด์ เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร 121 แรงม้า แบบ 4 ประตู ราคา 6.44 แสนบาท ส่วนรุ่น 5 ประตู ราคา 6.55 แสนบาท และสุดท้ายเฟียสต้า สปอร์ต เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร ราคา 6.99 แสนบาท ทั้งแบบ 4 และ 5 ประตู

นายโตชิโนริ คุซึฮาชิ ประธานบริหาร บริษัท ออโตอัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า โรงงานเอเอทีแห่งใหม่ดำเนินการผลิตรถยนต์ฟอร์ด เฟียสต้า และมาสด้า2 มีกำลังการผลิตประมาณ 1 แสนคันต่อปี และล่าสุดกำลังจะเพิ่มไลน์การผลิตรถยนต์นั่งมาสด้า3 เข้ามาอีกรุ่น

"การผลิตมาสด้า3 ที่โรงงานในไทย ไม่ได้เป็นการตั้งโรงงานใหม่ของเอเอที แต่จะเป็นการเพิ่มไลน์ผลิตใหม่เข้ามาในโรงงานปัจจุบัน จึงไม่ได้ใช้เงินลงทุนมากนัก หลักๆจะมีก็เพียงในส่วนของการประกอบตัวถังเท่านั้น ส่วนมูลค่าการลงทุนไม่ทราบรายละเอียด เพราะทางมาสด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้ดูแลโครงการนี้" นายคุซึฮาชิกล่าว

สำหรับมาสด้า3 ปัจจุบันผลิตในประเทศฟิลิปปินส์ โรงงานเดียวกับที่ผลิตรถยนต์ฟอร์ด โฟกัส แต่ล่าสุดฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ได้ตัดสินใจมาตั้งโรงงานแห่งใหม่ในไทย มูลค่ากว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนของฟอร์ด 100% เพื่อผลิตโฟกัสโฉมใหม่สู่ตลาดในปี 2555 ทำให้มาสด้าต้องตัดสินใจย้ายไลน์การผลิต มาสด้า3 มาประกอบในไทยที่โรงานเอเอทีแห่งใหม่เช่นกัน โดยแผนการปรับย้ายไลน์ผลิตคาดว่าจะเริ่มปลายปีนี้ เพื่อดำเนินการผลิตมาสด้า3 โฉมใหม่สู่ตลาดในปี 2554

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

04 กรกฎาคม 2553

งานเปิดตัว Range Rover Evoque ปี 2012 รถ SUV ไซส์เล็ก เวอร์ชั่นผลิตของรถแนวคิด LRX

งานเปิดตัว Range Rover Evoque ปี 2012 รถ SUV ไซส์เล็ก เวอร์ชั่นผลิตของรถแนวคิด LRX เมื่อเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา AutoSpinn ได้เคยนำเสนอรถแนวคิด SUV ไซส์เล็กหรืออาจจะเรียกว่า crossover ของ Range Rover ที่ใช้ชื่อรุ่นว่า LRX แต่ล่าสุด ได้มีการเปิดตัวเวอร์ชั่นผลิตของ LRX ภายใต้ชื่อใหม่ว่า Evoque ซึ่งจะกลายเป็น SUV ขนาดเล็ก 3 ประตู รุ่นปี 2012 โดยงานนี้ Land Rover บริษัทผู้ผลิตได้ทำการเปิดตัวที่งานซึ่งจัดร่วมกับนิตยสาร Vogue ในกรุงลอนดอน โดยเราได้นำบรรยากาศในงานมาให้ชมพร้อมกันนี้ Range Rover Evoque 2012 Presentation

Range Rover Evoque เตรียมปรากฏตัวในงาน Paris Motor Show ปลายเดือนกันยายนนี้ และจะเริ่มออกสู่ตลาดช่วงฤดูร้อนของปีหน้า ในส่วนของรายละเอียดอื่นๆของรถรุ่นนี้ยังไม่มีการเปิดเผยจาก Land Rover นอกจากบอกแค่ว่า Evoque คือ รถรุ่นที่เล็กที่สุด เบาที่สุด และประหยัดน้ำมันมากที่สุดของตระกูล Range Rover โดยจะมีระบบขับเคลื่อนแบบ 2WD และ 4WD ให้เลือกที่น่าสนใจอีกอย่างสำหรับงานเผยโฉม Evogue ก็คือ Land Rover ได้แต่งตั้ง Creative Design Executive คนใหม่ ที่ไม่ใช่ใครที่ไหน นั่นก็คือ Victoria Beckham อดีตสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดัง Spice Girls และภรรยาของ David Beckham ที่จะมีโอกาสออกแบบ Evoque รุ่นพิเศษด้วย บรรยากาศในงานชมได้จากภาพและคลิปวิดีโอนี้ครับ
ที่มา: Land Rover,www.autospinn.com

BMW M3 Frozen Gray : พิเศษฉลอง 25 ปี

BMW M3 Frozen Gray : พิเศษฉลอง 25 ปี เวลาผ่านไปราวกับติดปีก เผลอบแป๊บเดียวสายพันธุ์ M3 ของบีเอ็มดับเบิลยูมีอายุอานามในการทำตลาดครบ 25 ปีแล้วนับจากเริ่มเปิดตัวด้วยรุ่น M3 E30 เมื่อปี 1986 ซึ่งในช่วงของวาระแห่งความพิเศษ ทางบีเอ็มดับเบิลยูก็เลยฉลองความสำเร็จด้วยการเปิดตัวเวอร์ชันพิเศษกับโทนสีใหม่ที่เรียกว่า Frozen Gray สำหรับเอาใจคนรักบิมเมอร์ในสหรัฐอเมริกาตรงนี้บอกได้คำเดียวว่าเป็นรุ่นพิเศษที่เน้นสีใหม่ พร้อมกับตกแต่งภายในใหม่เพื่อให้สอดรับ โดยตัวถังด้านนอก เด่นกับสีเทาเข้มแบบด้านในโทนสีที่เรียกว่า Frozen Gray ส่วนข้างในตกแต่งในแบบทูโทน แดง Fox red และสีดำ เพื่อให้ตัวรถมีความพิเศษและไม่เหมือนใครนอกจากนั้นยังมีการติดตั้งชุดแต่งที่เรียกว่า Competition package มาด้วย โดยมีทั้งการลดความสูงของตัวถังลงจากเดิมอีก 10 มิลลิเมตร ล้อแม็กขนาด 19 นิ้วออฟเซ็ตใหม่ที่ทำให้ช่วยเพิ่มความกว้างของฐานล้อหน้า-หลัง ส่วนการปรับเซ็ตโปรแกรมการทำงานของระบบช่วงล่างอิเล็กทรอนิกส์ หรือ EDC- Electronic Damping Control มีการปรับใหม่ให้สอดรับกับการทำงานเครื่องยนต์ที่อยู่ใต้ฝากระโปรงยังเป็นแบบเดิม บล็อกวี8 ทวินแคม 32 วาล์ว 4,000 ซีซี 414 แรงม้า ที่ 8,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 40.7 กก.-ม. ที่ 3,000 รอบ/นาที ส่งกำลังสู่ล้อหลังด้วยเกียร์ธรรมดาคลัตช์ไฟฟ้า M Double Clutch Transmission (M DCT) แบบ 6 จังหวะใช้เวลา 4.5 วินาทีในการทำอัตราเร่งจาก 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งดีกว่ารุ่นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะอยู่ 0.2 วินาทีที่พิเศษสุดคือ คนที่ซื้อไปแล้วมีสิทธิ์เข้าคอร์สอบรมการขับของบีเอ็มดับเบิลยูที่เรียกว่า BMW Performance Driving School จำนวน 1 วันที่สนามในโรงงานผลิตที่เมืองสปาร์ตานเบิร์ก เซาท์แคโรไลน่าอีกด้วย เรียกว่าได้ม้าฝีเท้าดีไปแล้ว ก็ต้องรู้จักควบคุมให้ได้อย่างปลอดภัยด้วย ไม่ใช่ตะบี้ตะบันขยี้คันเร่งกันอย่างเดียวค่าตัวของความพิเศษครั้งนี้ ทางบีเอ็มดับเบิลยูตั้งเอาไว้ที่ 77,600 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 2.64 ล้านบาท แพงขึ้นจากรุ่นปกติ 19,200 เหรียญสหรัฐฯ หรือราวๆ 650,000 บาท
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

01 กรกฎาคม 2553

Mazda Takuya เวอร์ชั่นพิเศษของ 2, 3 และ 6 เอาใจลูกค้าเมืองผู้ดี ปรับแต่โฉม อัพเกรดอุปกรณ์

Mazda Takuya เวอร์ชั่นพิเศษของ 2, 3 และ 6 เอาใจลูกค้าเมืองผู้ดี ปรับแต่โฉม อัพเกรดอุปกรณ์ เพิ่งจะออกรุ่น Miyako ของ MX-5 สำหรับตลาดอังกฤษไปเมื่อวันก่อน ล่าสุด Mazda ยังหลงมนต์ตลาดเมืองผู้ดี ปล่อยเวอร์ชั่น Takuya ที่อ่านว่า ทา-กอย-ย่า สำหรับ Mazda2, Mazda3 และ Mazda6 เรียกว่าทำออกมาพิเศษสำหรับรถรุ่นยอดนิยมในเครือกันเลยทีเดียว แต่จำกัดเฉพาะการเปลี่ยนแปลงในเรื่องโฉมและการอัพเกรดอุปกรณ์บางตัวเท่านั้น ไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านสมรรถนะแต่อย่างใด

เริ่มจาก Mazda2 ที่เวอร์ชั่น Takuya มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร 86 แรงม้า วิ่งบนล้ออัลลอยขอบ 16 นิ้ว ชุดแต่งแอโรที่ประกอบด้วยสปอยเลอร์ กันชน และสเกิร์ตข้างสไตล์สปอร์ท มีไฟตัดหมอก โดยภายในใช้สีดำแนวสปอร์ท ติดตั้ง Trip Computer พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง ปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย และชุด Bluetooth จาก Parrot โดยมีราคาขายที่คันละ 11,915 ปอนด์

ในขณะที่ Mazda3 มีราคาขายที่ 15,780 ปอนด์ ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร 105 แรงม้า หัวเกียร์และพวงมาลัยหุ้มหนัง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone ภายในตกแต่งด้วยสีดำแนวสปอร์ท ระบบ Bluetooth ไฟ LED เครื่องเล่น CD 6 แผ่น และที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ

ส่วน Mazda6 มีให้เลือก 3 รุ่นคือ รุ่น 5 ประตู เครื่องยนต์ 2.0 ลิตรในราคา 19,845 ปอนด์ รุ่น 5 ประตู เครื่องยนต์ 2.2D 163 แรงม้า ที่ 20,945 ปอนด์ และรุ่น Estate เครื่องยนต์ 2.2D 163 แรงม้าที่ราคา 21,595 ปอนด์ โดยทั้ง 3 รุ่นใช้ล้ออัลลอยขอบ 18 นิ้ว กระจังหน้าสไตล์สปอร์ท ไฟหน้าอัตโนมัติ ส่วนภายในได้รับการอัพเกรดด้วยคันเร่งอัลลอย เบาะที่นั่งพร้อมระบบทำความอุ่นกึ่งหุ้มหนัง กระจกมองหลังพร้อมไฟหรี่อัตโนมัติ ระบบปรับอากาศ Dual Zone ปิดท้ายด้วยพวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง

ที่มา: Mazda , www.autospinn.com