05 ธันวาคม 2553

ทีเอสแอล อวดโฉม “ลัมโบร์กินี่” และ “ออดี้ เอ-วัน”

ทีเอสแอล ระดมพลรถเด็ด พาเหรดเข้างานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ให้ลูกค้าเลือกสรรกว่า 20 รุ่น มูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาท นำขบวนโดย ลัมโบร์กินี่ รุ่น กัลญาร์โด แอลพี 570-4 ซูเปอร์เลกเกรา (Gallardo-LP 570-4 Super leggera) มูลค่า 22.5 ล้านบาท มาพร้อมกับการเปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ออดี้ เอ-วัน พร้อมส่งโปรโมชั่นสุดเร้าใจเพื่อขอบคุณลูกค้าส่งท้ายปี ทั้งส่วนลด 1 ล้านบาท ผ่อนนาน 100 เดือน ฟรีค่าบำรุง และจดทะเบียนภายใน 24 ชม.
สุรีย์ภรณ์ อุดมผลวณิช ประธานฝ่ายบริหาร บริษัท ทีเอสแอล ออโต้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า “ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปที่จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2553 ที่เมืองทองธานีนั้น บริษัทได้นำรถยนต์รุ่นใหม่ๆ รวมทั้งรถยอดนิยมแห่งปีจากประเทศญี่ปุ่นและประเทศในแถบยุโรปเข้ามาอวดโฉมให้ลูกค้าได้เลือกสรรกว่า 20 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น ลัมโบร์กินี่ รุ่น กัลญาร์โด แอลพี 570-4 ซูเพอร์เลกเกรา (Gallardo-LP 570-4 Super leggera) มาพร้อมกับการเปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทยของออดี้ เอ-วัน เป็นต้น”

“และแน่นอนเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้า ทีเอสแอลขอมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษแก่ลูกค้าด้วย 4 แคมเปญเด็ด คือ ส่วนลดสูงสุดถึง 1 ล้านบาท ลูกค้าสามารถผ่อนชำระอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% นานสูงสุด 100 เดือน หรือฟรีค่าบำรุงรักษา เป็นระยะเวลา 3 ปี หรือ 1 แสนกิโลเมตร และแคมเปญสุดท้ายด้วยการบริการจดทะเบียนภายใน 24 ชั่วโมง”
นอกจากนี้ทีเอสแอล ได้ร่วมกับบริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดโปรโมชั่นใหม่ให้กับลูกค้าด้วยการมอบมินิโน็ตบุ๊กสุดหรู ดีไซน์เฉียบจากลัมโบร์กินี่ รุ่น VX6 มูลค่า 3 หมื่นบาท ให้ฟรีทันที สำหรับ 5 ท่านแรก ที่ซื้อและรับรถรุ่นใดก็ได้ภายในเดือนธันวาคมจากทีเอสแอลในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป

สุรีย์ภรณ์ กล่าวต่อว่า “การเข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับอัสซุสครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกที่เราเริ่มต้นร่วมกัน ในส่วนของทีเอสแอลต้องการตอบแทนลูกค้าที่ได้ให้ความไว้วางใจเรามาโดยตลอด ให้ได้รับในสิ่งที่ดีที่สุด ภายใต้ความพึงพอใจและความคุ้มค่าสูงสุด แคมเปญดังกล่าวจึงเกิดขึ้น ซึ่งมินิโน้ตบุ๊กลัมโบร์กินี รุ่น VX 6 นี้ ได้รับการออกแบบให้รูปลักษณ์ล้อไปกับลักษณะของรถลัมโบร์กินี่ สวย หรู และแปลกตา ถือเป็นของขวัญส่งท้ายปลายปีแทนคำขอบคุณลูกค้าผู้มีอุปการะคุณจากใจทีเอสแอล
ด้านพรเทพ วัชรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ผมมั่นใจว่าความร่วมมือทางการตลาดร่วมกันในครั้งนี้ จะสามารถเพิ่มยอดขาย ขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากฐานลูกค้าของทีเอสแอลนั้นมีฐานะและมีกำลังซื้อสูง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลุ่มเป้าหมายหลักของสินค้าระดับไฮเอ็นของอัสซุส”

ยิ่งไปกว่านั้นความร่วมมือในครั้งนี้ ยังเอื้อให้เราสร้างการรับรู้และจดจำในชื่อของอัสซุสออกไปยังกลุ่มลูกค้าที่มีข้อมูล ความสนใจที่แตกต่างจากฐานลูกค้าเดิมของอัสซุสที่มักจะเป็นเหล่าบรรดาฮาร์คอร์ รู้จักอัสซุสจากศักยภาพของมาเธอร์บอร์ด และจากความร่วมมือระหว่างอัสซุสกับทีเอสแอลในงานมอเตอร์ เอกซ์โปครั้งนี้ เราเชื่อว่าความสวยงามและหรูหราของ “มินิ โน้ตบุ๊ก ลัมโบร์กินี รุ่น VX 6” ที่เป็นลิมิเต็ด เอ็ดดิชั่นที่มีจำนวนไม่มากในประเทศไทยนั้น จะประทับใจลูกค้าของทีเอสแอล เพราะ VX6 มาพร้อมกับเทคโนโลยีชั้นสูงสุด ไม่ว่าจะเป็น โปรเซสเซอร์ Dual-core Intel® Atom™ D525 กราฟิกการ์ด NVIDIA® ION™ และสุดยอดระบบเสียงจาก Bang & Olufsen ICEpower® พร้อมพอร์ตเชื่อมต่อความเร็วสูงอย่าง USB 3.0 เป็นต้น” พรเทพ กล่าวตบท้าย
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

04 ธันวาคม 2553

Morgan Threewheeler : คืนชีพยานยนต์ 3 ล้อ

ชื่อของ มอร์แกน มอเตอร์สำหรับนักขับในบ้านเราอาจจะไม่ค่อยหูกันนัก แต่สำหรับนักเล่นรถทั่วโลก โดยเฉพาะยานยนต์จากเกาะอังกฤษ ต่างทราบดีถึงความคลาสสิคของรถยนต์แบรนด์นี้ที่มีจุดเริ่มต้นเมื่อกว่า 100 ปีที่แล้ว ซึ่งในตอนนี้มอร์แกนมีอะไรใหม่ๆ ออกมาเขย่าต่อมอยากของนักสะสม เมื่อปัดฝุ่นนำรถยนต์แบบ 3 ล้อในชื่อ Threewheeler กลับมาอีกครั้ง และเตรียมวางขายในเร็วๆ นี้
ตรงนี้คนที่ติดตามประวัติของมอร์แกนมาตลาดคงทราบดีกว่ารถยนต์แบบ 2 ที่นั่งแบบ 3 ล้อถือเป็นต้นกำเนิดของแบรนด์รถยนต์นี้ ก่อนที่จะเปลี่ยนแนวคิดหันมาผลิตรถยนต์ 4 ล้อในเวลาต่อมา โดยปี 1909 จากมันสมองอันปราดเปรื่องของแฮร์รี่ มอร์แกน เขาสามารถผลิตรถยนต์แบบ 2 ที่นั่งที่มีน้ำหนักเบา และมากับสไตล์แบบ 3 ล้อ

รถยนต์สไตล์นี้มีการผลิตออกขายอย่างต่อเนื่องนับจากปีนั้นจนถึงปี 1953 และมียอดขายมากกว่า 30,000 คัน โดยมีรุ่น 4-4 เป็นรถยนต์ 3 ล้อรุ่นสุดท้ายที่ถูกผลิตออกขาย นอกจากนั้นในช่วงแรกๆ ของการผลิตขาย มอร์แกนยังส่งรถยนต์รุ่นนี้เข้าร่วมการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ที่ฝรั่งเศสในปี 1913 และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้เกิน 170 กิโลเมตร/ชั่วโมงเลยทีเดียว

หลังหายสาบสูญในตลาดนานกว่า 40 ปี อย่างไรก็ตาม ในปี 2011 มอร์แกนเตรียมกลับสู่ตลาดประเภทนี้อีกครั้ง ปัดฝุ่นนำชื่อ Threewheeler มาสู่ตลาดอีกครั้งกับ Threewheeler แห่งศตววรรษที่ 21ที่มาพร้อมกับรูปทรงสวยล้ำสมัย และเพียบพร้อมด้วยความแรงและความเร้าใจแบบสุดๆ

Threewheeler ใหม่คงสไตล์ของรถยนต์แบบ 3 ล้อ 2 ที่นั่งเอาไว้ แต่ได้รับการปรับปรุงในด้านงานออกแบบเพื่อให้เกิดความร่วมสมัยมากขึ้น โดยเฉพาะตัวถังทรงกลมที่ถูกออกแบบมาในสไตล์ลูกกระสุน (Bullet) เพื่อความเพรียวลมและปราดเปรียว
ส่วนเรื่องความสะดวกในการใช้งานอาจจะต้องทำใจกันหน่อย เพราะว่าไม่มีหลังคาอ่อนมาให้ด้วย เวลาจะขับออกจากบ้านก็ดูพยากรณ์อากาศให้ดีก่อน ส่วนบ้านเราอาจจะต้องเตรียมร่มเผื่อเอาไว้เลย แต่ก็ยังดีที่เน้นให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในระดับหนึ่ง เพราะด้านหลังของค็อกพิตติดตั้งโรลบาร์ขนาดเล็กเอาไว้ เพื่อป้องกันอันตรายจากการที่ศีรษะกระแทกเข้ากับพื้นถนนเวลารถพลิกคว่ำ

ตัวถังผลิตจากอะลูมิเนียม และนั่นส่งผลต่อเนื่องไปยังน้ำหนักของตัวรถที่เบาเอาเรื่อง เพราะว่าอยู่ในระดับเพียง 500 กิโลกรัมเท่านั้น ขณะที่ห้องโดยสารได้รับการออกแบบในสไตล์ Flying through the air หรือเหมือนกับเวลานั่งอยู่ในค็อกพิตของเครื่องบินรุ่นเก่าๆ สามารถสัมผัสสายลมปะทะเข้ากับใบหน้าอย่างเต็มที่

เครื่องยนต์ที่วางอยู่ด้านหน้าเป็นขุมพลังของมอเตอร์ไซค์ แต่ไม่ต้องตกใจเพราะเป็นมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ชื่อดังจากสหรัฐอเมริกาอย่างฮาร์เลย์ เดวิดสัน ซึ่งส่งขุมพลัง Screaming Eagle ขนาด V-Twin 1,800 ซีซี มาให้กับมอร์แกนประยุกต์ใช้กับเกียร์ธรรมดาแบบ 5 จังหวะของมาสด้า พร้อมกับเกินท่อไอเสียตามแนวด้านข้างตัวถัง เวลาขึ้นลงจากรถคงต้องระวังกันหน่อย

กำลังจากเครื่องยนต์ที่ล้อประมาณ 100 แรงม้า แต่ด้วยน้ำหนักที่เบา ทำให้สมรรถนะตีนต้นจัดจ้านเอาเรื่อง ใช้เวลา 4.5 วินาทีในการทะยานจาก 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง และมีความเร็วสูงสุด 185 กิโลเมตร/ชั่วโมงเลยทีเดียว
เปิดตัวขายพร้อมกับ 8 สีตัวถัง ขณะที่ในห้องโดยสารสามารถเลือกตกแต่งได้ตามความพอใจของลูกค้า ส่วนราคายังไม่เปิดเผย แต่คาดว่าไม่น่าจะธรรมดา ใครที่สนใจก็เตรียมเอาไว้เยอะหน่อยก็แล้วกัน
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

New Nissan Serena : ความอเนกประสงค์ใหม่เพื่อครอบครัว

New Nissan Serena : ความอเนกประสงค์ใหม่เพื่อครอบครัว ปล่อยให้รุ่น C24 ทำตลาดมานานตั้งแต่ปี 2003 ตอนนี้นิสสันจัดการเผยโฉมรุ่นเปลี่ยนโฉม หรือโมเดลเชนจ์ของมินิแวนไซส์คอมแพ็กต์อย่าง "เซเรนา" แล้ว ให้ความอเนกประสงค์ด้วยความกว้างขวางของห้องโดยสารที่เพิ่มขึ้นจากระยะฐานล้อที่ถูกขยายมากกว่า 3,000 มิลลิเมตร และขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2,000 ซีซี มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้า และ 4 ล้อเช่นเคย
เซเรนาเป็นชื่อของมินิแวนที่อยู่ในตลาดมาตั้งแต่ปี 1991 เพื่อตอบรับกับความต้องการของลูกค้าที่ชื่นชอบความอเนกประสงค์แบบรถตู้ทรงกล่องที่เพียบพร้อมด้วยความหรูและความสะดวกสบาย ซึ่งคู่ปรับในกลุ่มเดียวกันนี้ก็คือฮอนด้า สเต็ปแวกอน สำหรับโฉมที่เพิ่งตกรุ่นไปเปิดตัวขายตั้งแต่ปี 2003 และเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะติดท็อปชาร์ตในฐานะมินิแวนที่มียอดขายสูงสุดในญี่ปุ่น 3 ปีติดต่อกันระหว่างปี 2007-2009 และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นิสสันก็เพิ่งฉลองยอดขายในญี่ปุ่นของเซเรนาสะสมรวมกัน ทะลุ 1 ล้านคัน

รุ่นใหม่นี้มากับรหัสตัวถัง C26 พร้อมตัวถังทรงเหลี่ยมเหมือนกล่องในสไตล์มินิแวนทรงสูง โดยประตูบานหลังเปิดสไลด์ไปทางด้านหลังควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า เพื่อความสะดวกในการเข้า-ออกจากห้องโดยสารเวลาที่จอดอยู่บนพื้นที่แคบๆ ขณะที่มิติตัวถังมีความยาว 4,685-4,770 มิลลิเมตร กว้าง 1,695-1,735 มิลลิเมตร สูง 1,865-1,875 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อที่มีความยาวถึง 3,060 มิลลิเมตร
ใครที่คาดหวังในเรื่องความสะดวกสบายและความกว้างขวางในห้องโดยสาร สามารถสัมผัสได้อย่างเต็มที่กับเบาะนั่งแบบ 3 แถวสามารถพับได้ เพียงแต่เบาะนั่งแถวที่ 3 เป็นลักษณะพับแยกแล้วแขวนเข้ากับผนังของห้องเก็บสัมภาระด้านท้าย ขณะที่แผงหน้าปัดออกแบบให้ดูสวยและล้ำสมัย โดยแผงมาตรวัดถูกยกขึ้นอยู่ในระดับที่สูงขึ้น เพื่อความชัดเจนในการรับทราบข้อมูล

ทางเลือกเดียวของการขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์รหัส MR20DD แบบ 4 สูบ ทวินแคม 16 วาล์ว 2,000 ซีซี พร้อมระบบวาล์วแปรผันแบบ Twin VTC แต่ระดับของแรงม้าและแรงบิดขึ้นอยู่กับระบบขับเคลื่อน โดยในรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า มีกำลังสูงสุด 147 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 21.4 กก.-ม. ที่ 5,600 รอบ/นาที ส่วนรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อมีกำลังสูงสุด 144 แรงม้า และ 21.1 กก.-ม. และส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง หรือ CVT เพียงแบบเดียว
ในญี่ปุ่นเปิดตัวแล้ว แต่เป็นแค่เริ่มรับจอง เพราะคันจริงจะส่งมอบให้กับลูกค้าได้ในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ และนิสสันค่อนข้างหวังว่าเซเรนาใหม่จะได้รับความนิยมจากลูกค้า และตั้งยอดขายต่อเดือนเอาไว้ถึง 5,400 คัน ส่วนราคาขายอยู่ระหว่าง 2,163,000-2,761,500 เยน หรือ 800,000-1,021,000 บาท สำหรับบ้านเรา ใครที่อยากขับคงต้องพึ่งบริการของผู้นำเข้ารายย่อยกันเอาเอง
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

03 ธันวาคม 2553

“ซีตรอง ดีเอส3”สปอร์ตสุดเท่ 1.49ล้าน ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2010

ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2010 ค่าย “ดีเอดี ยนตรกิจ” เปิดตัวรถยนต์ใหม่ 6 รุ่น จาก 5 แบรนด์ในเครือ ทั้ง “ซีตรอง ดีเอส 3” “เอ็มทีเอ็มออดี้ เอ 1” “เอ็มทีเอ็มออดี้ อาร์8 จีที 3-2” “สโกด้า ฟาเบียร์” “สปีดอาร์ตพอร์ช เคแมน” และ “โฟตอน วิว” ซึ่งไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจคงหนีไม่พ้น เก๋งเล็กตระกูลหรูจากฝรั่งเศส “ซีตรอง ดีเอส 3”
จากโปรเจกต์ Different Spirit -DS ที่ซีตรองตั้งใจฉีกระดับความหรูให้แตกต่างและเร้าใจกว่าพวกรหัส C หรือ Picasso (มินิแวน) โดยรถตระกูล DS จะเป็นสายพันธุ์ใหม่ แบ่งระดับการทำตลาดออกเป็น 3 กลุ่มคือ รถยนต์ขนาดเล็ก, กลาง และใหญ่ กับรุ่น DS3, DS4 และ DS5 ตามลำดับ

น้องเล็ก “ดีเอส3” เป็นสปอร์ตแฮทซ์แบ็ก 3 ประตู มิติตัวถังยาว3,948 มม. กว้าง 1,715 มม. สูง 1,483 มม. ระยะฐานล้อ 2,464 มม. โดดเด่นด้วยเส้นสายโฉบเฉี่ยวรอบคัน พร้อมล้ออัลลอยด์ลายเท่ขนาด 17 นิ้ว ประกบยาง 205/45 R17 ขณะเดียวกันซีตรองยังเตรียมสีสันภายนอก-สีหลังคา และการตกแต่งภายใน เอาไว้ให้เลือกหลายแบบ

ตัวที่ทำตลาดในไทย วางเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 120 แรงม้า ที่ 6,000รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 160 นิวตันเมตร ที่ 4,200 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อมระบบทริปโทนิค ที่ผู้ขับเลือกเล่นเปลี่ยนเกียร์ได้เอง
ช่วงล่างหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท หลังเป็นคานแข็งพร้อมโชคอัพ คอยล์สปริง ส่วนความปลอดภัยระดับ ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อม ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรกEBD และเสริมแรงเบรก BA

...เรื่องหน้าตาความโดดเด่นสู้ “มินิ” ได้สบาย แถมราคาขาย 1.495 ล้านบาท ก็ทำให้รถล็อตแรกกว่า 100 คัน ถูกจองหมดเกลี้ยง ส่วนใครเพิ่งรู้สึกอยากได้ คงต้องรอโควต้าปีหน้า ซึ่ง“ดีเอดี ยนตรกิจ” กำลังเจรจากับบริษัทแม่ที่ฝรั่งเศสอยู่
“ซีตรอง ดีเอส3”สปอร์ตสุดเท่ 1.49ล้าน ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2010

รุ่นเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ใครอยากได้ก็มีขาย
“ซีตรอง ดีเอส3”สปอร์ตสุดเท่ 1.49ล้าน ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2010
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์