17 มกราคม 2554

Mini Paceman Concept

ดูเหมือนว่ามินิจะสามารถสร้างกระแสความน่าสนใจของรถยนต์ภายใต้แบรนด์ของตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง และมีของใหม่ๆ ออกมาให้ติดตามกันอยู่เสมอ เพราะหลังจากการเปิดตัวเวอร์ชันยกสูงในสไตล์เอสยูวีอย่างรุ่นคันทรีแมน พร้อมกับตัวแข่งที่จะเข้าร่วมการแข่งขันมอนติคาร์โล แรลลี่ในปีหน้าแล้ว คราวนี้ทางมินิขอนำเสนออีกเวอร์ชันด้วยความสปอร์ตบนตัวถังแบบ 2 ประตูของเอสยูวีกับต้นแบบรุ่นใหม่แกะกล่องที่ชื่อว่า เพซแมน คอนเซ็ปต์

มินิมีคิวเปิดตัวต้นแบบรุ่นนี้ในงานดีทรอยต์ มอเตอร์โชว์ 2010 ซึ่งจะเริ่มขึ้นวันที่ 10 มกราคมนี้ พร้อมกับไอเดียของการสร้างความสวยสะดุดตาบนเรือนร่างในแบบคูเป้ 2 ประตูให้กับรถยนต์อเนกประสงค์ขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือเอสยูวี อีกทั้งยังมีการเปิดเผยว่า เพซแมน คอนเซ็ปต์ยังถูกสร้างสรรค์บนแนวทางและสไตล์การออกแบบยุคใหม่ของมินิที่จะนำมาใช้กับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่เปิดตัวในอนาคตอีกด้วย
แน่นอนว่า ตัวรถถูกพัฒนาและปรับปรุงบนพื้นฐานของเอสยูวีรุ่นแรกของบริษัทของคันทรีแมน แต่ฉีกแนวทางด้วยตัวถังแบบคูเป้ที่เน้นความโฉบเฉี่ยวด้วยเส้นสายบนตัวถังที่มีความเฉียบคม และถูกผสมผสานด้วยเอกลักษณ์ดั้งเดิมของมินิ เช่น กระจังหน้าขนาดใหญ่ที่ถูกออกแบบและสร้างสรรค์ใหม่ และไฟหน้าดวงกลมที่มีขนาดใหญ่ ขณะที่แนวของเส้นหลังคามีลักษณะของการลาดเทไปทางด้านหลังให้ความเร้าใจในสไตล์สปอร์ตคูเป้ และยกระดับความสปอร์ตด้วยล้อแม็กวงโตขนาด 19 นิ้ว

มิติตัวถังของตัวรถมีความยาว 4,111 มิลลิเมตร กว้าง 1,789 มิลลิเมตร สูง 1,541 มิลลิเมตร โดยที่โอเวอร์แฮงค์ด้านหน้าและหลังของตัวรถมีขนาดสั้นช่วยเพิ่มความคล่องตัวทั้งการขับในเมือง และบนเส้นทางออฟโรด พร้อมกับตอบสนองอารมณ์การขับ และการยึดเกาะในแบบคล้ายกับที่สัมผัสได้ในโกคาร์ทเช่นเดียวกับรถยนต์รุ่นอื่นๆ ของมินิ โดยระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบมัลติลิงก์
หน้าที่ในการขับเคลื่อนเป็นงานของเครื่องยนต์แบบ 4 สูบ 1,600 ซีซี เทอร์โบแบบ Twin-Scrolled ตัวแรงที่ผ่านการโมดิฟายโดยจอห์น คูเปอร์ เวิร์ค หรือ JCW ซึ่งรีดกำลังจากในระดับ 170 แรงม้าขึ้นมาเป็น 211 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 26.5 กก.-ม. พร้อมโหมด OverBoost ที่สามารถเพิ่มแรงบิดขึ้นมาเป็น 28.5 กก.-ม.ในช่วงเวลาสั้น เพื่อช่วยเพิ่มสมรรถนะโดยเฉพาะในจังหวะของการเร่งแซง

ส่วนการขับเคลื่อนมีการยกชุด ALL4 มาจากคันทรี่แมน โดยจะมี Center Differential ที่ทำงานในแบบ Electromagnatic สำหรับทำหน้าที่ในการกระจายกำลังจากเครื่องยนต์สู่ล้อขับเคลื่อนด้านหน้าและหลังให้มีความเหมาะสมกับสภาพเส้นทางและการขับ โดยเมื่ออยู่บนเส้นทางปกติการกระจายกำลังสู่ล้อหลังจะมีระดับสูงสุดไม่เกิน 50%
นอกจากต้องการนำเสนอความแปลกใหม่ในเรื่องแนวคิดและการออกแบบแล้ว ต้นแบบรุ่นนี้ยังมีความสำคัญตรงที่เป็นการเปิดตัวเพื่อฉลองในวาระครบรอบ 10 ปีในการทำตลาดโลกและสหรัฐอเมริกาของมินิ ยุคใหม่ภายใต้ร่มเงาของบีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งเริ่มทำตลาดเมื่อปี 2001

ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของมินิในการส่งมอบความสุขให้กับนักขับทั่วโลก และตลอด 10 ปีที่ผ่านมาเราประสบความสำเร็จอย่างมาก ซึ่งในช่วงเวลาที่พิเศษเช่นนี้เรามีความภูมิใจที่จะนำเสนอรถยนต์ต้นแบบรุ่นใหม่บนเวทีในงานดีทรอยต์ มอเตอร์โชว์’ โจเชน กอลเลอร์ ผู้อำนวยการของมินิ ยูเคกล่าว ‘สำหรับรถยนต์ใหม่ของมินิที่จะเปิดตัวต่อจากคันทรีแมน คือ 2 เวอร์ชันความสปอร์ตอย่างรุ่นคูเป้ และโรดสเตอร์’
แม้ว่าตอนนี้ทางมินิยังยืนยันว่าเป็นแค่ต้นแบบสำหรับจัดแสดง แต่โอกาสที่จะขึ้นไลน์ผลิตมีค่อนข้างสูงถึงสูงมาก เพราะกับผลผลิตใหม่ๆ ที่เปิดตัวขายในตลาดช่วงนี้ ต่างก็เคยผ่านเวทีในการเป็นรถยนต์ต้นแบบมาก่อน และนั่นก็รวมถึงรุ่นคูเป้ และโรดสเตอร์ที่จะเริ่มขายปีหน้า ก็เคยเป็นต้นแบบสำหรับโชว์โฉมงานแฟรงค์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์ 2009

ใครที่สนใจ น่าจะรอกันได้ไม่นาน 2-3 ปีนับจากเปิดตัวที่ดีทรอยต์ เราน่าจะได้เห็น Production Car ของเพซแมนกันอย่างแน่นอน

Mini Paceman Concept
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

13 มกราคม 2554

มิตซูบิชิไทรทัน-ปาเจโร สปอร์ต...ยัดเทอร์โบแปรผัน 178 แรงม้า

ปาเจโร สปอร์ต 2.5เทอร์โบแปรผันทุกรุ่น
มิตซูบิชิไทรทัน-ปาเจโร สปอร์ต...ยัดเทอร์โบแปรผัน 178 แรงม้า วันนี้ (13 ม.ค.)


มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดตัว มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต และ ไทรทัน ใหม่ โดยถอดเครื่องยนต์ 3.2 ลิตรออกไปจากไลน์อัพ แล้วหันมาคบขนาด 2.5 ลิตร เทอร์โบแปรผัน 178 แรงม้า เริ่มขาย 15 มกราคมนี้ พร้อมดึง “ตูน”บอดี้สแลม เป็นพรีเซ็นเตอร์ ไทรทัน

ปาเจโร สปอร์ต ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ยังคงมาพร้อมแนวคิด “More Utility on Demand ความสมบูรณ์แบบที่ตอบทุกไลฟ์สไตล์” เพิ่มความสะดวกสบายและหรูหรายิ่งขึ้น ในขณะที่รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ มาพร้อมสมรรถนะเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางไปในทุกที่สำหรับวันพักผ่อนตามแนวคิด “Performance on Demand...สมรรถนะที่ตอบทุกความต้องการ”

ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ 2.5 ลิตร DI-D ไฮเปอร์คอมมอนเรล 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว วีจี เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ พร้อมท่อร่วมไอดีแบบทวิน อินเทคแมนิโฟลด์ ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-3,500 รอบต่อนาที ผ่านมาตรฐานมลพิษระดับ 3 ในไทย และรองรับมาตรฐานมลพิษระดับ 4 ของยุโรป ด้วยระบบ EGR ที่นำไอเสียหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ จึงช่วยลดมลพิษ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
พร้อมระบบ Super -Select 4WD (SS4) ให้เลือกขับได้ทั้ง 4WD และ 2WD ด้วยเทคโนโลยีที่ถูกถ่ายทอดมาจากมิตซูบิชิ ปาเจโร มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ INVECS II พร้อม Sportronic ระบบเกียร์อัจฉริยะที่ตอบสนองได้รวดเร็วทันใจซึ่งสามารถเรียนรู้และจดจำรูปแบบการขับขี่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างเหมาะสม และทำให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น พร้อมระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift ในรุ่น GT ขับเคลื่อน 4 ล้อ

ปาเจโร สปอร์ต โดดเด่นด้วยสีตัวถังใหม่ “น้ำตาลทอง (Quartz Brown)” ส่วนไฟหน้าแบบ HID ที่ให้ความสว่างมากยิ่งขึ้น พร้อมระบบปรับระดับลำแสงอัตโนมัติและระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ตามสภาพแสงภายนอก และการติดตั้งระบบน้ำฉีดล้างไฟหน้ารถเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่องสว่างของไฟหน้ารถ รวมถึงระบบที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ ในรุ่น GT
ส่วนภายห้องโดยสาร ติดตั้งระบบเครื่องเสียงใหม่ รองรับวิทยุ ซีดี MP3 AUX in ช่องเสียบ USB ในรุ่น GLS พร้อมความอเนกประสงค์กับเบาะนั่งแบบ 3 แถว รองรับผู้โดยสาร 7 ที่นั่ง ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้ง่ายถึง 5 รูปแบบ โดยในรุ่น GT เบาะที่นั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้าปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง

ขณะที่เบาะนั่งแถวที่ 2 ปรับเลื่อนเดินหน้าและถอยหลังได้ และยังสามารถแยกพับพนักพิงแบบ 60:40 เพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระได้มากขึ้น เช่นเดียวกับเบาะนั่งแถวที่ 3 ซึ่งสามารถแยกพับแบบ 50:50 ราบกับพื้นห้องโดยสาร เพื่อให้การเก็บสัมภาระด้านหลังรถที่มากขึ้น พร้อมระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลังให้ความเย็นทั่วถึงทั้งห้องโดยสาร

ไทรทัน ใหม่ หลากหลายทางเลือก

ไทรทัน รุ่น ดับเบิ้ลแค็บ พลัส รุ่น GLS เกียร์อัตโนมัติ และดับเบิ้ลแค็บ ขับเคลื่อน 4 ล้อ รุ่น GLS-Limited เกียร์ธรรมดาและเกียร์ ด้วยเครื่องยนต์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ล่าสุดเพื่อความสมบูรณ์แบบของสมรรถนะ สำหรับการขับขี่ที่ให้ความประหยัดกว่า ของเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร DI-D ไฮเปอร์คอมมอนเรล 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว วีจี เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ พร้อมท่อร่วมไอดีแบบทวิน อินเทคแมนิโฟลด์ ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที โดยในรุ่นเกียร์ธรรมดามาพร้อมแรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000-2,800 รอบต่อนาที ในขณะที่เกียร์อัตโนมัติมาพร้อมแรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 - 3,500 รอบต่อนาที

ส่วนเกียร์อัจฉริยะ 5 จังหวะ พร้อม Sportronic ที่สามารถเลือกปรับเปลี่ยนเกียร์ได้ตามความต้องการ จะมาในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ GLS-Limited เกียร์อัตโนมัติ

ขณะเดียวกันในรุ่นดับเบิ้ลแค็บ กระบะท้ายถูกดีไซน์ใหม่ โดยตัดตรงยาวขึ้น 180 มิลลิเมตร และสูงขึ้นอีก 57 มิลลิเมตร ที่จะช่วยเพิ่มปริมาตรการบรรทุก แต่ก็ใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

ในรุ่นซิงเกิ้ลแค็บ เมกะแค็บ ดับเบิ้ลแค็บ ขับเคลื่อน 2 ล้อ รวมไปถึงเมกะแค็บ พลัส GLX ใช้เครื่องเสียงใหม่รองรับวิทยุ ซีดี MP3 AUX in ช่องเสียบ USB ในขณะที่รุ่น เมกะแค็บพลัส GLS และดับเบิ้ลแค็บพลัส มีการติดตั้งเครื่องเล่นวิทยุ DVD พร้อมจอภาพระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว
“ตูน บอดี้สแลม”เซ็นพรีเซ็นเตอร์“ไทรทัน” 1 ปี

โนบุยูกิ มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากบุคลิกที่โดดเด่นของความเป็นคนที่มีพลังในการทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งตรงกับจุดเด่นของเครื่องยนต์ 2.5 วีจี เทอร์โบ ในรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน ประกอบกับการเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ซึ่งน่าจะช่วยขยายฐานลูกค้ารถกระบะของมิตซูบิชิให้กว้างออกไปได้ ทาง มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จึงตัดสินใจเลือก อาทิตวราห์ คงมาลัย หรือ ที่รู้จักกันในชื่อของ “ตูน” บอดี้สแลม นักร้องชั้นนำของเมืองไทย มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ของมิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ดังกล่าว

โดยตลอดระยะเวลา 1 ปีของสัญญานั้น นอกเหนือจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์สำหรับภาพยนตร์โฆษณา และสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่จะเริ่มแคมเปญตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม เป็นต้นไปแล้ว “ตูน” ยังจะได้ร่วมทำกิจกรรมของบริษัทฯ ในโอกาสต่างๆ อีกด้วย

ราคา มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต

รุ่น ราคา(บาท)
2.5 GLS 2WD A/T 987,000
2.5 GT 2WD A/T 1,142,000
2.5 GLS 4WD A/T 1,157,000
2.5 GT 4WD A/T 1,312,000

ราคา มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ

รุ่น ราคา(บาท)
ซิงเกิ้ลแค็บ2.5 GL M/T 483,000
ซิงเกิ้ลแค็บ 2.4 GL M/T(เครื่องยนต์เบนซิน) 416,000
ซิงเกิ้ลแค็บ 2.4 GL M/T(ซีเอ็นจี) 481,000
เมกะแค็บ2.5 GLX M/T 581,000
เมกะแค็บ2.4 GLX M/T(เครื่องยนต์เบนซิน) 556,000
เมกะแค็บ2.4 GLX M/T(ซีเอ็นจี) 621,000
ดับเบิ้ลแค็บ2.5 GLX M/T 643,000
เมกะแค็บ พลัส 2.5 GLX M/T 620,000
เมกะแค็บ พลัส 2.5 GLS M/T 669,000
ดับเบิ้ลแค็บ พลัส 2.5 GLS M/T 752,000
ดับเบิ้ลแค็บ พลัส 2.4 GLS M/T (เครื่องยนต์เบนซิน) 722,000
ดับเบิ้ลแค็บ พลัส 2.5 GLS A/T(วีจี เทอร์โบ) 804,000

ราคา มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ

รุ่น ราคา(บาท)
ดับเบิ้ลแค็บ2.5 GLS M/T 783,000
ดับเบิ้ลแค็บ2.5 GLS-LTD M/T(วีจี เทอร์โบ) 895,000
ดับเบิ้ลแค็บ2.5 GLS-LTD A/T(วีจี เทอร์โบ) 944,000
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์



11 มกราคม 2554

ออดี้ยอดขายฉลุยเมืองลุงแซมแต่เลกซัสยังแชมป์

ออดี้ประสบความสำเร็จเกินคาดในการเจาะตลาดรถหรูของสหรัฐอเมริกา เมื่อทำตัวเลขยอดขายต่อปีเกิน 100,000 คันได้เป็นครั้งแรก ขณะที่เบอร์ 1 ของตลาดรถยนต์หรูแห่งนี้ยังตกเป็นของเลกซัสเช่นเคย โดยทั้งเมอร์เซเดส-เบนซ์ และบีเอ็มดับเบิลยูไม่สามารถทำยอดขายแซงหน้าได้ออดี้ คิว5


จากการเปิดเผยของบลูมเบิร์กระบุว่า ปี 2010 ออดี้มียอดขายรถยนต์นั่งและเอสยูวีเมืองลุงแซมอยู่ที่ 101,629 คัน หรือเพิ่มขึ้นถึง 29% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2009 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ค่าย 4 ห่วงมียอดขายต่อปีเกินหลักนี้นับจากเริ่มทำตลาดอย่างจริงช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยการเข้ามาสู่ตลาดของเอสยูวีรุ่น Q5 ถือว่ามีส่วนสำคัญในการกระตุ้นยอดขาย

สำหรับยอดขายเดือนสุดท้ายของปี ทาง Johan de Nysschen ประธานของออดี้ ออฟ อเมริกา กล่าวว่า มีตัวเลขเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2009 ถึง 17% ขึ้นมาอยู่ที่ 10,546 คัน

ออดี้เผยว่า จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นในตลาดสหรัฐอเมริกาบวกกับความแรงในตลาดจีน ทำให้ออดี้สามารถทำยอดขายต่อปีเพิ่มขึ้นจากปี 2009 ถึง 15% โดยมีตัวเลขอยู่ที่ 1.09 ล้านคัน เฉพาะเดือนธันวาคม มีตัวเลขเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 12% อยู่ที่ 88,500 คัน

นอกจากนั้น ออดี้เองก็ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าปี 2015 พวกเขาจะต้องสามารถก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของตลาดรถยนต์หรูของโลกให้ได้ โดยออดี้วางเป้าหมายระยะยาวด้านต่างๆ เอาไว้แล้ว โดยเฉพาะการเทงบประมาณเพื่อลงทุนในด้านการปรับปรุงผลิตภัณฑ์มากถึง 15,100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 453,000 ล้านบาทเพื่อเปิดทางเลือกใหม่ๆ ออกสู่ตลาด

สำหรับการช่วงชิงความเป็นเบอร์ 1 ในตลาดรถยนต์หรูของสหรัฐอเมริการะหว่างเลกซัส, บีเอ็มดับเบิลยู และเมอร์เซเดส-เบนซ์จบลงโดยที่ฝ่ายแรกยังสามารถคงสถานะเอาไว้ได้แม้ว่าเดือนสุดท้ายของปี 2010 จะมียอดขายลดลง 3.5% ด้วยตัวเลข 27,560 คัน แต่เมื่อรวมทั้ง 12 เดือนแล้ว เลกซัสมียอดขายในตลาดสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 229,329 คัน หรือเพิ่มขึ้น 6.2% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2009 ขณะที่บีเอ็มดับเบิลยูมียอดขายอยู่ที่ 220,113 คัน (+12%) และเมอร์เซเดส-เบนซ์ 216,448 คัน

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

ด่วน! เผยโฉมใหม่ “อาวีโอ” (โซนิก)

มาเร็วกกว่าที่คิด เพราะแรกเริ่มเดิมทีเชฟโรเลตมีแผนเริ่มทำตลาด อาวีโอ ซีดาน หรือรุ่น 4 ประตูในกลางปี 2011 แต่ทว่า “งานดีทรอยต์ มอเตอร์โชว์ 2011” ที่เริ่มรอบสื่อมวลชนวันที่ 10 มกราคมนี้ แบรนด์ดังของอเมริกาเผยโฉมใหม่ของอาวีโอออกมาแล้ว
อย่าตกใจและแปลกใจว่าใช่จริงหรือ เพราะที่เห็นชื่อบนตัวถังด้านท้าย เขียนว่า Sonic แต่ถ้าใครที่ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับอุตสาหกรรมรถยนต์มาโดยตลอดจะทราบดีว่า ในตลาดสหรัฐอเมริกา เชฟโรเลตตัดสินใจเปลี่ยนชื่อจาก “อาวีโอ” มาเป็น “โซนิก” เพื่อให้สัมผัสถึงความใหม่ที่แท้จริงของตัวรถ โดยเฉพาะในแง่ของการออกแบบ ส่วนตลาดกลุ่มอื่นอย่างยุโรปก็ยังใช้ชื่ออาวีโอกันต่อไป

แน่นอนว่าในแง่ของการออกแบบตัวรถถูกสร้างสรรค์บนแนวทางและสไตล์แบบเดียวกับพี่ใหญ่อย่างครูซ รวมถึงรุ่นแฮตช์แบ็กทั้ง 3 และ 5 ประตูที่เปิดตัวไปแล้วก่อนหน้านี้ เสริมด้วยการสร้างความรู้สึกที่ดึงดูดให้ลูกค้าเกิดสัมผัสที่จะเข้ามาทดลองขับ
‘เชฟโรเลต โซนิก หรือ อาวิโอ ใหม่ ได้รับการสร้างสรรค์และออกแบบให้เป็นรถยนต์ขนาดเล็กแต่สามารถสร้างสัมผัสและอารมณ์ที่ดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาสัมผัสเหมือนกับที่เชฟโรเลตเคยประสบความสำเร็จกับ คอร์เว็ตต์’ คริส เพอร์รี รองประธานด้านการตลาดของเชฟโรเลตกล่าว ‘การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างงานออกแบบที่น่าตื่นตาตื่นใจ ประสบการในการขับที่สนุกสนาน และฟีเจอร์ใหม่ๆ ในตัวรถถือเป็นสิ่งที่โซนิกได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์ในกลุ่มนี้’

เชฟโรเลตใช้เงินลงทุนจำนวน 545 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 16,350 ล้านบาท ในโปรเจกต์นี้ ซึ่งก็รวมถึงการปรับปรุงไลน์ผลิตของโรงงาน Orion Assembly Center ที่มลรัฐมิชิแกน
มิติตัวถังยังไม่ได้เปิดเผย แต่งรูปลักษณ์ภายนอกถูกถอดแบบความสวยและความเร้าใจมากจากครูซ และอาวีโอ แฮตช์แบ็ก โดดเด่นกระจังหน้าแบบใหม่ที่เรียกว่า Dual-port Grille รูปลักษณ์ด้านท้ายถูกออกแบบให้สอดประสานกับความเร้าใจในแบบสปอร์ตด้วยเสาหลังคาที่ลาดเทลง และให้สัมผัสเหมือนกับสปอร์ตคูเป้

เวอร์ชันที่ขายในสหรัฐอเมริกา ถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับรถยนต์ไซส์นี้ เพราะมีเครื่องยนต์ให้เลือกหลายแบบ ซึ่งก็รวมถึง ขุมพลัง 1,400 ซีซี เทอร์โบ 138 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 15.1 กก.-ม. ที่ 1,850-4,900 รอบ/นาที และอีกรุ่นเป็นเครื่องยนต์บล็อกเดียวกับครูซ คือ 4 สูบ 1,800 ซีซี แต่มีกำลังลดลงมาอยู่ที่ 135 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 13.9 กก.-ม. ที่ 3,800 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ หรืออัตโนมัติ 6 จังหวะ
ในด้านการยึดเกาะถนนเป็นงานของระบบช่วงล่างซึ่งด้านหน้าเป็นแบบแม็กเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบทอร์ชันบีม พร้อมกับความกว้างช่องล้อหน้า และหลังเท่ากันที่ 1,509 มิลลิเมตร

ดูหน้าตากันไปพลางๆ ก่อน เพราะกว่าที่จะเริ่มทำตลาดต้องรออีกสักหน่อย และถ้าแผนการไม่ผิดพลาด โซนิก หรืออาวีโอ ซีดานพร้อมลุยตลาดยุโรป ช่วงกลางปีนี้ ส่วนตลาดแห่งอื่นๆ คงทยอยเปิดตัวตามมาในอีกไม่นาน
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์