
BMW Concept M5 ถูกสร้างอยู่บนพื้นฐานของ BMW ซีรีส์ 5 ที่เป็นซาลูนระดับผู้บริหาร เน้นความสง่างาม แฝงความสปอร์ต โดยนักออกแบบของบีเอ็มดับเบิลยูได้ทำงานร่วมกับวิศวกรของ BMW M เพื่อเสริมสร้างคาแรกเตอร์ของรถตระกูล M และสะท้อนความเป็นตัวตนของสายพันธุ์ BMW M5 อีกทั้งยังเพิ่มคุณสมบัติ โดยเฉพาะในด้านแอร์โร่ไดนามิกและการระบายความร้อน เพื่อให้รับกับสมรรถนะระดับสุดยอดของสปอร์ตซาลูนคันนี้ได้อย่างลงตัว

มุมมองด้านข้างของ BMW Concept M5 โดดเด่นด้วยล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วสีดำตัดกับสีตัวถัง Chrome Shadow ให้ความรู้สึกดุดัน อีกทั้งยังเสริมความน่าเกรงขามด้วยช่องลมด้านข้างที่มีสัญลักษณ์ M และไฟเลี้ยวถูกออกแบบเป็นลักษณะเส้นเรียวอยู่กึ่งกลางของช่องดักอากาศ สร้างความโดดเด่นสะดุดตาในทุกมุมมอง ในขณะที่มุมมองด้านหลังเน้นความเรียบหรูในแบบฉบับซาลูนผู้บริหาร โดยติดตั้งเพียงสปอยเลอร์ขนาดเรียวเล็กบนฝากระโปรงหลัง และสเกิร์ตใต้กันชนหลังที่ซ่อนดิฟฟิวเซอร์ไว้ในตัว ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวมีหน้าที่ในการช่วยเพิ่มสมรรถนะด้านแอร์โร่ไดนามิกให้กับ BMW Concept M5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่อไอเสียคู่สไตล์ดุดันทั้งสองข้างของกันชนที่เป็นเครื่องบ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของ BMW Concept M5 ให้กับผู้ที่ขับรถตามอยู่ด้านหลัง
BMW Concept M5 ใช้เครื่องยนต์ V8 สมรรถนะสูง พร้อมเทคโนโลยี M TwinPower Turbo ที่สามารถสร้างพละกำลังได้อย่างมหาศาลตลอดทุกช่วงรอบ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของรถตระกูล M โดยเมื่อเทียบกับ BMW M5 ในรุ่นก่อนหน้า นอกจากเครื่องยนต์ใหม่ใน BMW Concept M5 จะสามารถผลิตกำลังได้สูงกว่าแล้ว ยังมีประสิทธิภาพทั้งด้านอัตราการประหยัดน้ำมันและอัตราการคายไอเสียคาร์บอนไดออกไซด์ที่ดีกว่าเดิมถึง 25%

คาแรกเตอร์ที่โดดเด่นของ BMW M5 คือ สมรรถนะระดับรถแข่ง แต่คงไว้ซึ่งความสะดวกสบายในการใช้งานประจำวัน ที่นอกจากจะเหนือชั้นด้วยแชสซีส์ที่สมดุลแล้ว ยังมีเทคโนโลยีระบบช่วยล่างที่พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ, ระบบเพลาขับ และระบบเบรกสมรรถนะสูงน้ำหนักเบา พร้อมทั้งยังมีนวัตกรรม Active M Differential เพื่อสร้างสมรรถนะการถ่ายทอดกำลังสู่ล้อขับเคลื่อนและเสถียรภาพสูงสุดในการเกาะถนนโดยเฉพาะในทางโค้ง โดย ระบบ Active M Differential ทำงานผ่านการควบคุมการล็อกของคลัตช์แบบ Multi-plate ภายในระบบดิฟเฟอร์เรนเชียลที่แม่นยำและรวดเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการลื่นไถลของล้อในสภาวะถนนลื่นหรือในขณะเข้าโค้งที่ล้อด้านในจะหมุนด้วยความเร็วต่างจากล้อด้านนอกโค้ง โดยจะถ่ายทอดกำลังไปสู่ล้อที่มีแทรกชันหรือประสิทธิภาพการเกาะถนนสูงกว่า
ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มสมรรถนะในการเข้าโค้งแล้ว ยังช่วยเพิ่มเสถียรภาพการขับขี่ในสภาพถนนลื่นด้วย
ที่มา จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,629 24-27 เมษายน พ.ศ. 2554