18 เมษายน 2554

Ford Fiesta 1.4 AT คุ้มใช้งาน-แต่วิ่งในเมืองดีกว่า

หลังจากสร้างความประทับใจให้ผู้เขียนพอสมควร กับการทดสอบ“ฟอร์ด เฟียสต้า” เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งครานั้นได้ลองทั้งรุ่นเครื่องยนต์ 1.6 เกียร์ดูอัลคลัตช์ และ 1.4 เกียร์อัตโนมัติ(ทอร์กคอนเวอร์เตอร์) จากนั้นก็กลับมาเขียนเป็นภาพรวม และชื่นชมว่ารุ่นท็อป 1.6 เป็นเก๋งซับคอมแพกต์สมรรถนะดี และคุ้มค่าต่อราคาที่สุดในคลาส(ย้ำว่าสมรรถนะและราคานะครับ ไม่ได้พูดถึงประเด็นอื่น)
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะขับดีราคาโดน แต่ในรุ่นท็อปก็ต้องว่ากันด้วยเงิน 6.99 แสนบาท ฉะนั้นแล้วสำหรับคนที่ไม่อยากหรือไม่สามารถจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวได้ ที่สำคัญไม่เน้นสมรรถนะพร้อมออปชันมากมาย ทางเลือกระดับราคา 5 แสนบาทกลางๆ กับรุ่นเครื่องยนต์ 1.4 เกียร์อัตโนมัติ น่าจะพียงพอต่อความต้องการ...?

เกิดคำถามว่า “เพียงพอแต่จะพอดีกับการใช้งานแค่ไหน?” ดังนั้นเมื่อสบโอกาส “ASTVผู้จัดการมอเตอริ่ง” จึงนำ เฟียสต้า ตัวถังแฮตช์แบ็ก รุ่น 1.4 สไตล์ เกียร์อัตโนมัติ ราคา 5.74 แสนบาท มาลองขับยาวๆ อีกครั้ง

ว่ากันที่เทคโนโลยีก่อน ซึ่งราคารุ่น 1.4 สไตล์ เกียร์อัตโนมัติ ที่ถูกกว่าพวก 1.6 เทรนด์และสปอร์ต ประมาณ 80,000-125,000 บาท คุณจะได้เครื่องยนต์เบนซิน 1.4 ลิตร 95 แรงม้า ประกบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ล้อกระทะพร้อมฝาครอบขนาด 15 นิ้ว แทนที่เครื่อง1.6 ลิตร 121 แรงม้า กับเกียร์เทพดูอัลคลัตช์ 6 สปีด ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วในรุ่นเทรนด์ และ 16 นิ้วในรุ่นสปอร์ต
ขณะเดียวกันคุณจะได้ผลพลอยได้จากรุ่น 1.4 สไตล์ คือน้ำหนักรถที่เบากว่า 13-26 กิโลกรัม(เทียบระหว่างตัวถังแฮตช์แบ็กด้วยกัน)

ในส่วนของออปชันรุ่น 1.4 สไตล์ เกียร์อัตโนมัติ ที่ขาดหายไปจากตัวท็อปไล่ตั้งแต่ ไฟตัดหมอกหน้า ชุดกระจังหน้า กันชนหลังแบบสปอร์ต และกระจกมองข้างพับไฟฟ้า พวงมาลัยหุ้มหนัง แอร์อัตโนมัติ สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย ระบบสั่งฟังก์ชันต่างๆ ของรถด้วยเสียง รวมถึงช่องต่อ USB ระบบเชื่อมต่อบลูทูธ ขณะที่ลำโพงก็หายไป 2 ตัว เมื่อเทียบกับรุ่นสปอร์ตที่มีถึง6 ตัว

อย่างไรก็ตาม รุ่น 1.4 สไตล์ เกียร์อัตโนมัติ ยังคงออปชันที่จำเป็นเอาไว้และถือว่าไม่ขี้เหร่ครับ ทั้งกระจกมองข้างปรับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว ไฟตัดหมอกหลัง ที่ปัดน้ำฝนหน้า-หลังแบบปรับหน่วงเวลา สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่สาม รวมถึงเครื่องเล่นวิทยุ ซีดี MP3
ด้านระบบความปลอดภัยจัดให้ทั้ง ถุงลมนิรภัยด้านคนขับ(ลูกเดียว) เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบปรับสูง-ต่ำได้ ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS และกระจายแรงเบรก EBD ระบบเปิดไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเวลาเบรกกระทันหัน ตลอดจนกุญแจรีโมต

แม้จะไร้ระบบควบคุมการทรงตัว ESP ซึ่งผู้เขียนมองว่ามีไว้เพื่อความปลอดภัยก็ดี แต่กระนั้นถ้าคุณหวังใช้ในเมืองเป็นหลัก และสภาพถนนหรือทัศนวิสัยไม่แย่มาก พร้อมใช้ความเร็วให้เหมาะสม ระบบ ABS กับ EBD สามารถรับไหวอยู่แล้ว

ในส่วนของสมรรถนะการขับขี่ ยังพอจำรสชาติหลังการทดสอบปีที่แล้วว่า “ไม่ได้แย่อย่างที่คิด” ซึ่งการลองขับครั้งล่าสุดนี้ผู้เขียนก็ยังยืนยันตามนั้น ด้วยเครื่องยนต์ที่อยู่ใต้ฝากระโปรงมีขนาดเพียง1.4 ลิตร 95 แรงม้า เล็กกว่าพวก 1.5 ลิตร ของค่ายญี่ปุ่นหลายๆ เจ้า แต่การขับนั้นไม่ได้ด้อยกว่ากันเท่าไหร่
โดยจังหวะออกตัว เครื่องยนต์และเกียร์ พร้อมการที่เซตอัตราทดเฟืองท้ายไว้จัดนิดหนึ่ง ตอบสนองใช้ได้ หรือไม่อืดถ้าเทียบกับ พวกมาสด้า 2 และโตโยต้า ยาริส และน่าจะดีกว่า เชฟโรเลต อาวีโอ ชัดเจน (ส่วนแจ๊ซ ต้องยกให้เขาไป)

ยิ่งขับในเมือง แรงม้าขนาดนี้เหลือเฟือครับ มุดซ้ายป่ายขวาคล่องตัว ส่วนพวงมาลัยเบาๆ สั่งงานยอดเยี่ยม แต่กระนั้นถ้าจะวิ่งทางไกลต่างจังหวัด กรณีขับเรื่อยๆ คงไม่เป็นไร แต่ถ้าอยากรีบเร่งเร็ว ต้องมีเข่นมีลุ้นกันเมื่อยเท้าเหมือนกัน

ช่วงความเร็ว 60 กม./ชม. อยากไต่ไปให้ถึง 120-130 กม./ชม. ต้องคิกดาวน์บี้คันเร่งหนักหน่อย ที่สำคัญ เฟียสต้า 1.4 คันนี้รอบสูงใช้ได้ทีเดียว โดยการใช้ความเร็ว 100 กม./ชม. ที่เกียร์สูงสุด รอบอยู่แถวๆ 2,600 หรือถ้าความเร็ว 120 กม./ชม. ที่เกียร์สูงสุดก็พุ่งไป 3,000 นิดๆ
ในส่วนของเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดชุดนี้ จังหวะการเปลี่ยนเกียร์มีอาการดึงเล็กๆ โดยเฉพาะช่วงเกียร์ 1-2-3 จะรู้สึกชัดเจน

ด้านการเก็บเสียงรวมๆ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์พอใช้ ส่วนเครื่องเสียงและลำโพงที่ติดตั้งมาให้ ถือว่าเสียงใสใช้ได้ และถ้าไม่เป็นพวกหูทองจริงๆ ผู้เขียนว่าชุดนี้พอแล้วไม่ต้องไปเปลี่ยนครับ

จุดเด่นที่ต้องยกนิ้วให้ยังเป็นเรื่องเดิมคือ ช่วงล่างที่เซตมานุ่มกำลังดี ซับแรงสะเทือนจากพื้นถนนได้นิ่มนวล หรือถ้าเทียบกับมาสด้า 2 หรือยาริส ต้องบอกว่า เฟียสต้า 1.4เหนือกว่านิดๆ (สองรายนั้นอาจะเน้นสไตล์สปอร์ต) ขณะเดียวกันถ้าขับความเร็วสูงการทรงตัวยอดเยี่ยม เก็บอาการในโค้งได้ดี
อย่างไรก็ตาม จุดที่เฟียสต้าทุกตัวถังยังด้อยกว่าซับคอมแพกต์เจ้าอื่น(ยกเว้นมาสด้า) คือพื้นที่สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ซึ่งในรุ่นตัวถังแฮตช์แบ็กเล็กกว่า “ฮอนด้า แจ๊ซ” ชัดเจน หรือยาริส ก็ยังกว้างกว่านิดหน่อย ดังนั้นคนซื้อเฟียสต้าต้องสำรวจการใช้งานของตนเอง(ครอบครัว)ดูว่าเหมาะหรือไม่

สำหรับอัตราบริโภคน้ำมัน ที่ผู้เขียนวิ่งนอกเมืองเป็นหลักและใช้ความเร็วสูง ทำตัวเลขได้ประมาณ 12 -13กม./ลิตร แน่นอนว่าสภาพการขับเดียวกันถ้าใช้รุ่น 1.6 ลิตร เกียร์ดูอัลคลัตช์ จะประหยัดน้ำมันกว่านี้แน่นอน
รวบรัดตัดความ...เฟียสต้า รุ่น 1.4 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ มาดีเกินคาด ยิ่งใช้ในเมืองขับสบาย ออปชันพอตัวสมราคา พร้อมรูปลักษณ์ตัวถังแฮตช์แบ็กสดใหม่ โดดเด่นบนท้องถนน แต่ถ้าวิ่งทางไกลต่างจังหวัดอาจซดน้ำมันไปนิด...
ที่มา โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ19 กุมภาพันธ์ 2555 10:29

    จองไปแล้วคับ 4d ก็คิดว่าคงขับแต่ในเมือง ไม่น่าจะมีปัญหา

    ตอบลบ