20 มกราคม 2553

ฮอนด้า ฟรีด

ฮอนด้า ฟรีด
5 คน ถุงกอล์ฟ 5 ใบ ชิล..ชิล..กับฮอนด้า ฟรีด
วันก่อนมีโอกาสไปร่วมทดสอบ "ฮอนด้า ฟรีด" นั่งฟังฝ่ายการตลาดเขาพรีเซนต์ถึงตลาดรถยนต์นั่งแบบอเนกประสงค์ หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่าเอ็มพีวี ได้ข้อมูลดี ๆ มาฝากเพียบเลย

จริง ๆ รถเอ็มพีวีเข้ามาโลดแล่นในบ้านเราเมื่อสิบปีก่อน ช่วงปี 2547-2548 ถือว่าได้รับความนิยมสูงสุด ตอนนั้นเอ็มพีวีฟาดส่วนแบ่งในตลาดรถยนต์นั่งถึง 12%ตลาดใหญ่ไม่เบาทีเดียว ถ้ารถเก๋งขายปีหนึ่งสามแสนคัน รถอเนกประสงค์ก็ขายได้ทะลุแสนคันล่ะครับ

หลังจากนั้นตลาดก็เหี่ยวเฉาไปเรื่อย ๆ เพราะไม่มีใครออกโปรดักต์ใหม่มาสนองตลาด ยิ่งมาเจอภาวะผันผวนของสภาพเศรษฐกิจและราคาน้ำมันที่แพงหูฉี่ตลาดที่แย่อยู่แล้วก็พลอยหงอยไปกันใหญ่

ลึกลงไปกว่านั้นอีก ฝ่ายการตลาดฮอนด้ายังบอกว่า รถเอ็มพีวีที่หดตัวเป็นกลุ่มแฟมิลี่เท่านั้น แต่ในกลุ่มเอ็มพีวีขนาดคอมแพ็กต์และในกลุ่มลักเซอรี่ยังโตต่อเนื่อง

สิงห์ปืนไวอย่างฮอนด้าก็เลยได้จังหวะแนะนำรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ขนาดเล็กซะเลย เป็นการผสมผสานทั้ง 3 เซ็กเมนต์เข้าไว้ด้วยกัน และนิยามตัวเองเป็น "เอ็มยูวี"

ฮอนด้า ฟรีด นำเข้าจากอินโดฯ เหมาะสำหรับเป็นรถครอบครัวคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตในเมือง ต้องการรถยนต์ที่สามารถตอบสนองการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ขับขี่ง่าย คล่องตัว คำนึงถึงความสะดวกสบายของสมาชิกในครอบครัวเป็นหลัก

จุดเด่นรถคันนี้ เริ่มจากดีไซน์โดดเด่นตัวถังด้านบนมีความลาดเอียงสอดรับกับตัวถังด้านหน้าแบบแอโรไดนามิก ทัศนวิสัยในการขับขี่ดีเยี่ยม ออกแบบเสา A ให้มีขนาดบาง จึงทำให้พื้นที่กระจกด้านหน้ามีขนาดใหญ่และ กว้างเพิ่มขึ้น

ห้องโดยสารขนาดใหญ่ จากฐานล้อที่ยาวถึง 2,740 ม.ม. 7 ที่นั่ง มีช่องว่างเดินถึงกันได้ตลอด การจัดวางตำแหน่งอุปกรณ์ใช้สอยเยี่ยม ออกแบบภายในที่เน้นประโยชน์ใช้สอย และสามารถใช้งาน ได้จริง

ประตูข้างแบบสไลด์ทั้งสองข้างเปิดได้กว้างถึง 600 มิลลิเมตร อันนี้ล่ะครับ...จุดขาย สะดวกมาก แค่ยกมือจับ ประตูก็เลื่อน เปิด-ปิดอัตโนมัติ มีระบบป้องกันการหนีบ ไม่ต้องห่วงเด็ก แค่มีสิ่งของขวางก็ดีดกลับทันที

เบาะนั่งแถวที่ 3 พับเก็บได้ วันที่ไปทดสอบ เราแบกถุงกอล์ฟติดรถไปด้วย 4 ใบ สะดวกดีจริง ๆ สามารถวางตั้งได้เลย ทำให้พื้นที่เหลือเฟือ

ฟรีดใช้เครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร 118 แรงม้า ถามร้อยคนก็พูดคล้าย ๆ กัน ว่าเครื่องยนต์ดูจะเล็กไป แต่พอได้ไปลองขับ ผมว่าพอนะครับ สำหรับการใช้งานทั้งในเมืองและนอกเมือง อัตราเร่งไม่ได้น่าเกลียดอย่างที่คิด แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความประหยัด ยังไม่ได้ทดสอบนะครับ ว่าบริโภคกี่ ก.ม.ต่อลิตร แต่ดูจากเข็มน้ำมัน เที่ยวไปผมนั่ง 4 คน ถุงกอล์ฟ 4 ใบ เที่ยวกลับมีสมาชิกเพิ่มอีกหนึ่งพร้อมถุงกอล์ฟ กลายเป็น 5 คน 5 ใบ ยังนั่งกันชิล...ชิล

เราใช้ความเร็วประมาณ 130 ก.ม.ต่อ ช.ม. บางช่วงที่ต้องการกำลังก็กดเท้าลงไป คิกดาวน์สวิตช์ก็ทำงานสั่งให้เปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ สามารถเรียกกำลังได้ตลอดเวลา การควบคุมรถก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ผมกะว่าน้ำหนักที่ไปถ่วงกันอยู่ด้านหลังจะทำให้หน้ารถเบา ควบคุมรถยาก แต่เอาเขาจริง พวงมาลัยก็ไม่ได้โหวงเหวง น้ำหนักการเลี้ยวก็ยังปกติ

มาถึงกรุงเทพฯ ระยะทางรวมประมาณ 400 กว่ากิโลเมตร ผมยังมีน้ำมันเหลือตั้งครึ่งถัง จากความจุ 42 ลิตร และไม่ต้องห่วงว่าถังด้านบนใหญ่ล่างเล็กแบบรูปกรวย เพราะถังรุ่นนี้เขาทำแบนราบไปกับตัวถัง เพื่อให้พื้นที่ห้องโดยสารมีมากขึ้น

ที่ประหยัดได้แบบนี้ เพราะการคำนวณรอบเครื่องยนต์กับอัตราทดของเกียร์ฮอนด้าเขาทำได้เหมาะสม โดยใช้เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ปรับอัตราทดเกียร์ 3 ให้กำลังได้ต่อเนื่องมากขึ้น

ความเร็วที่ 120 ก.ม.ต่อ ช.ม. วัดรอบอยู่ประมาณ 2,000 รอบต่อนาที ถือว่าประหยัดใช้ได้ ส่วนท็อปสปีด ผมไม่ได้ลอง แต่เชื่อว่ารถครอบครัวแบบนี้ เขาไม่ขับกันเร็วหรอกครับ และเครื่องยนต์ตัวนี้ผู้บริหารยืนยันว่า ไม่มีเปลี่ยนเป็น 2 ลิตร อย่างที่หลายคนกังวลแน่นอน

ส่วนระบบความปลอดภัย ก็มีมาครบทั้งโครงสร้างตัวถังนิรภัย ระบบเบรก ABS ถุงลมคู่หน้า พร้อมกับเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติ มีระบบป้องกันการโจรกรรม immobilizer และระบบสัญญาณกันขโมย เสียดายรีโมตกับตัวกุญแจสตาร์ตเครื่องยนต์น่าจะเป็นชุดเดียวกัน แยกรีโมตออกมา ทำให้รู้สึกเกะกะ ฮอนด้า ฟรีด มีให้เลือก 4 รุ่น ราคา 8.9 แสน ไปจนถึงล้านนิด ๆ

ผมว่าถ้าครอบครัวไหนที่มีเด็กเล็ก อยากได้รถไว้ใช้งาน ทั้งในเมืองและขับไปนอกเมืองช่วงวันหยุด ฮอนด้า ฟรีด น่าจะเป็นคำตอบ ที่รวมเอ็มพีวีทั้ง 3 เซ็กเมนต์ คือเอ็มพีวีขนาดเล็ก ขนาดครอบครัว และแบบหรูหราไว้ด้วยกัน ซึ่งได้ผลลัพธ์ออกมาทั้งประหยัดน้ำมัน-รูปทรงล้ำหน้าและมีอุปกรณ์อำนวยความ สะดวกเหนือระดับ

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก:หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น